Japayatri Yoga Japayatri Yoga
Menu
  • Home
  • Yoga
    • ทฤษฏีโยคะ
      • Ashtanga (8 limbs)
      • Chakaras
      • Maya Koshas
      • Mudra Bandha
      +
    • การหายใจ
    • ชุดท่าฝึก
      • ชุดกำลังแขน ( Arm balance)
      • ชุดความแข็งแรงกล้ามเนื้อโครงสร้าง(Core strengthening)
      • ชุดท่ากลับหัว (Inversions)
      • ชุดท่านั่ง (Seat poses)
      • ชุดท่ายืน (Standing + Balancing poses)
      • ชุดท่าเปิดไหล่ (Shoulder opener)
      • ชุดบริหารคอ (Neck retreat)
      • ชุดบิด(Twisting pose)
      • ชุดเปิดสะโพก(Hip opener)
      • ชุดแอ่นหลัง( Backbend)
      • ชุดไหว้พระจันทร์(Chandranamaska)
      • ชุดไหว้พระอาทิตย์ (Sun Salutation)
      +
    +
  • บทความ
    • Yoga Journal Thailand
    • บทความของเรา
    • หนังสือพิมพ์
    +
  • About Us
    • วัตถุประสงค์
    • ครูปอนด์
    • ครูเจี๊ยบ
    • มุมมองของครูปอนด์กับครูเจี๊ยบ
    +
  • ข่าวสาร
  • สื่อการสอน
    • Media
    • ทีวี
    • โพสต์ทุเดย์
    +
  • Contact Us

เพราะเหตุใดเราจึงต้องการชีวิตที่หรูหรา ฟุ่มเฟือย

HomeBlogบทความYoga Journal Thailandเพราะเหตุใดเราจึงต้องการชีวิตที่หรูหรา ฟุ่มเฟือย
08 เม.ย.

By admin

No Comments

In Yoga Journal Thailand, บทความ

เพราะเหตุใดเราจึงต้องการชีวิตที่หรูหรา ฟุ่มเฟือย

กระแสของวัตถุนิยมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง การที่ชีวิตที่มีความสะดวก สบายขึ้น เป็นเรื่องที่ดีแม้สิ่งของที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ ในชีวิตประจำวัน ก็มีหลายระดับ หลายเกรด หลายราคา “เงิน”ได้กลายเป็นตัวแปรสำคัญในการดำรงชีวิต  แล้วเป้าหมายของการมีชีวิตที่แตกต่างออกไปล่ะ ?

การจะตีความถึงความหรูหรา ฟุ่มเฟือยนั้น ต้องเข้าใจถึงระดับความต่างของแต่ละบุคคลก่อน เพราะฐานะการเงินของแต่ละคนล้วนต่างกัน สำหรับคนที่ยากจนการพยายามจะใช้ของหรูหรา มียี่ห้อ ราคาแพง อาจเป็นเรื่องยากลำบาก ต้องดิ้นรน และสร้างปัญหา ทำให้ต้องเป็นหนี้เป็นสิน บางครั้งถึงขั้นต้อง คดโกง  ปล้นชิง เพื่อให้ได้เงินมาซื้อความหรูหรา ฟุ่มเฟือย สร้างความทุกข์ให้กับตนเอง แม้ว่าวัตถุที่เราพยายามอย่างลำบากที่จะได้มาเป็นแค่ของชั่วคราว และสามารถให้ความสุขกับเราได้แค่ชั่วคราว….เท่านั้น

IMG_9905

แต่สำหรับคนที่มีฐานะการเงินดีอาจเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตไปกับการหาเงินแสวงหากำไรให้ได้มากที่สุด จนบางครั้งลืมสมดุลของชีวิตไป ไม่อาจสละเวลาในการหารเงินมาดูแลตัวเองได้ จึงมีชีวิตส่วนใหญ่กับการทำงานที่มากเกินไป  เพื่อที่จะสะสมทรัพย์สมบัติให้ได้มากที่สุด เวลาที่จะใช้สำรวจจิตใจหรือค้นหาความหมายของการดำรงคงอยู่ก็ไม่มี เพราะเวลาทั้งหมดต้องทำงานหาเงิน ลงทุน บริหารธุรกิจให้ก้าวไกลอยู่ตลอด แต่ฉันก็เคยพบเจอคนรวยที่ฉลาด สนุกกับการหาเงินทำในสิ่งที่ตัวเองชอบและยังสามารถแบ่งเวลาเพื่อพัฒนาจิตได้อย่างดี แต่คนแบบนี้ก็มีน้อยมากจริงๆ

ยังมีคนอีกบางกลุ่มที่ร่ำรวยแต่ไม่ต้องทำงานหนัก หรือไม่ต้องทำงานเลย เช่น ได้รับมรดก หรือมีสามี ครอบครัวที่ร่ำรวย หรือรวย จากที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ หุ้น ต่างๆ เป็นต้น เมื่อมีเงินเหลือก็ต้องใช้เงินเพื่อซื้อหาความสะดวกสบายเป็นเรื่องธรรมดาแต่ก็ต้องเฝ้าระวังดูจิต หรือตรวจสอบ สืบค้นจิตของตนให้ดี

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเราชอบความหรูหรา เมื่อเริ่มติดกับความสบาย ก็จะเริ่มเกียจคร้าน นอนบนโซฟาที่อ่อนนุ่ม ไม่อยากทำงาน จิตใจของคนผู้นั้นก็จะเริ่มหลับไหล เฉื่อยชาเพราะติดในความสบาย แต่การที่ร่างกายได้รับความสบายบ้างก็เป็นสิ่งที่ดีแต่หากมุ่งเอาแต่ความสบายหรือให้ความสำคัญกับความสบายมากเกินไป จิตใจก็จะเริ่มทื่อทึบ ตีบตัน ก็เหมือนกับคนอ้วนส่วนมากที่ติดกับความสบายไม่อยากออกกำลังกาย หรือทำอะไรที่ต้องขยับร่างกายเลยเพราะมีไขมันหลายชั้น จิตใจของคนที่รักความสบายมากเกินไปก็เริ่มสะสมไขมันไว้หลายชั้นประหนึ่งคนอ้วน เมื่อใดก็ตามที่จิตใจอยู่ในความสบายในแบบใดแบบหนึ่งๆนานๆไป ก็จะเริ่มติดอยู่ในความเคยชิน ขาดความกระตือรือร้น ตื่นตัว แต่การไม่ติดความหรูหรา ใส่เสื้อผ้าธรรมดาไม่สนใจเครื่องประดับ ก็ไม่ได้หมายความว่าจิตใจของผู้นั้นจะตื่นรู้ จิตใจอาจจะตกอยู่ในความเชื่อ การยึดติดใดๆ หรือมีความซับซ้อนก็เป็นได้ เราก็ต้องเฝ้าดู สังเกตจิตใจของเราเอง ไม่ว่าเราจะจน จะรวย จะมีฐานะใดๆ ในทางสังคม ก็ตาม ต้องเฝ้าดูจิตใจ ตรวจสอบจิตใจ เพื่อที่จะดึงจิตเข้าสู่สภาวะที่สมดุล ซื่อตรง ค้นหาความจริงในชีวิต  สร้างความสงบ ฝึกสมาธิ…

 จิตใจที่เรียบง่ายตรงไปตรงมา  จิตใจที่ไม่หมักหมมด้วยความเชื่อ ความกลัว จะเป็นจิตใจที่จะเข้าถึงความจริงได้  เข้าถึงสมาธิได้ เพื่อความสมบูรณ์แห่งชีวิต ซึ่งเป็นเส้นทางที่แต่ละคนต้องค้นหาด้วยตัวเอง ….

 

 

KRIYA © 2016. Made by DesignThemes.