ในชั้นเรียนของคลาสโยคะ มีบ้างบางครั้งที่คุณครูให้เราสวด โอม กัน บางคนอาจจะเคยสวดคำนี้มาหลายร้อยครั้งแล้ว คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า ที่มาของคำนี้ และพลังของคำนี้เป็นอย่างไร?
การเปล่งเสียงมนตรานั้นเป็นศาสตร์ที่ประณีตอย่างยิ่ง เมื่อเราบริกรรมเสียง “โอม” แล้วเราสามารถรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับโอม ค่อยๆรู้สึกถึงความกลมกลืนกับสุ้มเสียงทีละน้อยๆ จนกระทั่งสอดประสานกับท่วงทำนองภายในปริ่มล้นไปด้วยพลังแห่งโอม ในทุกๆอณูแล้วลืมเลือนทุกสิ่งกลายเป็นพลัง กลายเป็นสุ้มเสียง ชำแรกผ่านร่างกาย ผ่านจิตใจและระบบประสาททั้งมวล เมื่อนั้นเราได้เข้าถึงพลังแห่ง “โอม”
ในคัมภีร์ตันตระโบราณได้บรรยายถึง “โอม” ไว้อย่างมากมายโดยการฝึกใช้การบริกรรม “โอม” เพื่อหลอมรวมพลังงานภายในให้รู้สึกกระชุ่มกระชวย สดชื่น ประหนึ่งกับยามที่เราฟังดนตรี
มนตร์จะสมบูรณ์พร้อมเมื่อผู้เปล่งเสียงบริกรรมได้เข้าถึงจากจิตวิณญาณภายในสุ้มเสียงซึมผ่านเข้าสู่ดวงใจจนถึงก้นบึ้งของหัวใจ ยิ่งตระหนักรู้มากก็ยิ่งเข้มข้นมาก สมบูรณ์มากขึ้น มีความตื่นตัวมากขึ้น
โอม เป็นภาษาสันสกฤตเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของชาวฮินดูและคือหนึ่งในสำเนียงพื้นฐาน คำว่า โอม สามารถแยกเสียงได้เป็นไตรภาคี หรือ สามเสียงซึ่งก็คือ อะ – อุ – มะ
ว่ากันว่า สุ้มเสียงทั้งหมดถูกแตกแขนงมาจากการประสมกันจากเสียงพื้นฐานนี้ อย่างเช่นคำว่า “เอเมน” ของชาวคริสต์และชาวมุสลิม ก็คือเสียงโอมในอีกรูปแบบหนึ่งที่มีท่วงทำนองพื้นฐานร่วมกันคือคำว่า Omniscient ที่มีความหมายว่า รอบรู้ทุกสรรพสิ่ง
ในสัญลักษณ์ของโอมที่ดูผ่านๆคล้าย เลข 3 มีความหมายเป็นตัวแทนของจิตสำนึก ตัวโค้งที่อันใหญ่ที่อยู่ด้านล่างเป็นตัวแทนของการตื่นรู้ โค้งที่อยู่ด้านบนเป็นตัวแทนของการหลับลึกส่วนสัญลักษณ์จุดที่อยู่ด้านบนเป็นตัวแทนถึงการมีสติเฝ้าระวังทั้งตัวเองและสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเราและเส้นโค้งที่อยู่ใต้จุด คือตัวแทนของการเปิดใจสู่จิตสำนึกอย่างแท้จริง
เมื่อสุ้มเสียงถูกใช้เป็นทางผ่านความรู้สึก เป็นทางผ่านเข้าสู่หัวใจ พลังแห่งโอม จะทำให้ความสงบเงียบไหลเข้ามา เมื่อความสงบเงียบไหลเข้ามาพลังงานทั้งหมด ความตื่นตัวและตื่นรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่ที่นั่น ดังนั้นทุกครั้งเมื่อเราเปล่งโอม ช่วยดึงจิตกลับเข้าสู่กาย เมื่อเราเปล่งต่อเนื่องอย่างเนิบช้าไปเรื่อยๆ เมื่อนั้นความเงียบสงบจะเข้ามาแทนที่ พลังแห่งสมาธิก็บังเกิดขึ้น ณ ที่นั่น เสียงมนตร์เป็นเสมือนกับประตูที่เปิดแง้มออกให้เราเข้าสู่ห้วงแห่งสมาธิ หลังจากการบริกรรม ภาวะแห่งความสงบบังเกิดขึ้น ภาวะแห่งความไร้สุ้มเสียงก็เกิดขึ้น ความเงียบสงบภายในโดยปราศจากสุ้มเสียงก็บังเกิดขึ้น เมื่อความสงบปะทุขึ้นมาอย่างฉับพลัน ความคิดก็ค่อยๆอันตรทานหายไป แต่ความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมทั่วพร้อมยังคงอยู่
และนั่นคือพลังแห่งมนตร์ “โอม”
เมื่อใดก็ตามเมื่อคุณรู้สึกว่าจิตใจของคุณฟุ้งซ่าน มีสิ่งรบกวนจิตใจหรือขาดสมาธิมากเกินไปให้คุณบริกรรม “โอม” คุณอาจจะสวดโอมอยู่ภายในโดยไม่ต้องออกเสียงก็ได้หรือคุณจะสวดแบบเปล่งเสียงก็ได้แต่ให้คุณรู้สึกถึงการสั่นสะเทือนจากภายในทั่วทั้งตัว ทุกรูขุมขน จากศรีษะจรดปลายเท้าให้รู้สึกถึงพลังแห่งโอมเข้าไปสู่ห้วงลึกของจิตใจ ให้พลังแห่งโอมก้องกังวานอยู่ภายใน เมื่อนั้นคุณจะรู้สึกสดชื่น กระปรี่กระเปร่า เข้าสู่สภาวะสมาธิ เข้าสู่พลังแห่งมนตร์ “ โอม ” ………
