Japayatri Yoga Japayatri Yoga
Menu
  • Home
  • Yoga
    • ทฤษฏีโยคะ
      • Ashtanga (8 limbs)
      • Chakaras
      • Maya Koshas
      • Mudra Bandha
      +
    • การหายใจ
    • ชุดท่าฝึก
      • ชุดกำลังแขน ( Arm balance)
      • ชุดความแข็งแรงกล้ามเนื้อโครงสร้าง(Core strengthening)
      • ชุดท่ากลับหัว (Inversions)
      • ชุดท่านั่ง (Seat poses)
      • ชุดท่ายืน (Standing + Balancing poses)
      • ชุดท่าเปิดไหล่ (Shoulder opener)
      • ชุดบริหารคอ (Neck retreat)
      • ชุดบิด(Twisting pose)
      • ชุดเปิดสะโพก(Hip opener)
      • ชุดแอ่นหลัง( Backbend)
      • ชุดไหว้พระจันทร์(Chandranamaska)
      • ชุดไหว้พระอาทิตย์ (Sun Salutation)
      +
    +
  • บทความ
    • Yoga Journal Thailand
    • บทความของเรา
    • หนังสือพิมพ์
    +
  • About Us
    • วัตถุประสงค์
    • ครูปอนด์
    • ครูเจี๊ยบ
    • มุมมองของครูปอนด์กับครูเจี๊ยบ
    +
  • ข่าวสาร
  • สื่อการสอน
    • Media
    • ทีวี
    • โพสต์ทุเดย์
    +
  • Contact Us

ศาสตร์แห่งโยคะในศตวรรษที่ 21

HomeBlogบทความศาสตร์แห่งโยคะในศตวรรษที่ 21
07 ม.ค.

By admin

No Comments

In บทความ, หนังสือพิมพ์

ศาสตร์แห่งโยคะในศตวรรษที่ 21

 

12510449_953491101352862_8510984333985346512_n

ศาตร์แห่งโยคะในศตวรรษที่ 21

วัฒนธรรมพระเวท ตันตระ คือ รากเหง้าของพุทธศาสนาผ่านการสั่งสมโดยบรรดา นักพรต ฤาษี ผู้แสวงธรรม ได้กลายเป็นรากฐานด้านจิตวิณญาณ ดังนั้นเมื่อจะพูดถึงศาตร์แห่งโยคะนั้น เราต้องย้อนเวลากลับไปราว 5000 BC. ก่อนนู้นเลยทีเดียว คือเกิดก่อนยุคพระเวท ก่อนยุดมหากาพย์อีก แต่เริ่มเข้ามามีอิทธิพล ในยุคปรัชญาฮินดูทั้ง 6 ระบบ  นักปราชญ์ชาวฮินดูคนหนึ่งชื่อว่า ปตัญชลี เป็นคนแรกที่ปรับปรุงการฝึกโยคะขั้นพื้นฐาน เขาเขียนสูตรของการฝึกโยคะเป็นหัวข้อ 8 หัวข้อ(Ashtanga) หัวข้อเหล่านี้เชื่อว่าได้ถูกเขียนขึ้นเมื่อ 200 ปีก่อนคริสต์ศักราช ดังนั้นต่อมา ไม่ว่าจะเป็น อินเดีย ทิเบต เนปาล ภูฐาน ต่างก็รับอิทธิพลเข้าไป แต่กระนั้นโยคะก็ไม่ใช่ศาสนา เป็นลัทธิหนึ่ง แนวคิดแนวปฏิบัติหนึ่งซึ่งเข้าได้กับทุกศาสนา ทุกความเชื่อ ทุกอารยธรรม สามารถใช้เป็นเครื่องมือส่งเสริม ส่งให้ถึงจุดหมายปลายทางได้ เมื่อผู้ใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์และใช้หลักของสติกับศาสตร์แห่งพลังนี้ โยคะ คือการมองเห็นสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติ เหมือนลมหายใจที่เรามีอยู่ เราลองสังเกตการหายใจของเด็กเล็กๆดูสิ นั่นคือการหายใจที่เป็นธรรมชาติ ท้องผ่อนคลาย พองขึ้นและยุบลง พลังงานทั้งหมดรวมอยู่ศูนย์ใกล้สะดือ แล้วลองสังเกตเวลาเรานอนหลับเราก็กลับไปหายใจได้เหมือนเด็กเพราะเป็นช่วงที่ไม่ต้องใช้ความคิด การแทรกแซงของความคิด ความวิตก ความเครียดต่างๆ ทำให้เราเริ่มหายใจตื้น ติดขัดอยู่แค่หน้าอกไม่ค่อยลงถึงท้อง ถึงราก จนกระทั่งเมื่อเราโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่เราจึงเริ่มลืมวิธีหายใจด้วยท้อง อากาศที่เราใช้หายใจเรายืมพลังมาจากธรรมชาติ เพื่อสันดาปเป็นพลังงานขับเคลื่อนการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต ดังนั้น “ชีวิต” ไม่มีอะไรเป็นของเราพลังงานที่เราใช้ยังต้องยืมมาจากธรรมชาติ ฉันเพิ่งดูหนังฝรั่งเรื่อง The Martian เมื่อพระเอกติดอยู่บนดาวอังคารต้องอยู่ในชุดเกราะพิเศษ เพราะอากาศบนดาวอังคารเป็นพิษไม่สามารถหายใจข้างนอกได้ น้ำก็ไม่มีถ้าไม่มีอุปกรณ์และมันสมองของพระเอกยังไงก็ตาย แม้ว่าเราจะออกไปนอกโลกกระบวนการหายใจก็ยังต้องเกิดขึ้น มนุษย์มีชีวิตอยู่ไม่ได้ถ้าปราศจากการหายใจเพราะการหายใจคือ Life Force การหายใจที่มีประสิทธิภาพคือการหายใจที่เป็นธรรมชาติแบบยาวและลึก Long & Deep แต่ฉันเชื่อว่าพวกคุณไม่ได้หายใจยาวและลึกในชีวิตประจำวันเลยในขณะเดียวกันถ้าคุณใช้ชีวิตอยู่ในทิเบตซึ่งเป็นหลังคาโลก แผ่นดินสูงมาก ความกดอากาศต่ำ ออกซิเจนเบาบางมีผลต่อร่างกาย ทำให้อัตราของชีพจรและการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้นแต่ถึงกระนั้นชาวเซอร์ปาหรือแม้กระทั่งชาวอัมฮาราที่ใช้ชีวิตบนที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,800 เมตรบนภูเขาไชเมียนประเทศเอธิโอเปีย  ก็ได้สร้างยีนพิเศษเพื่อใช้ชีวิตอยู่บนที่สูงได้ดีกว่าคนที่อยู่พื้นที่ต่ำอย่างเรา แต่เพราะความโหดร้ายของปริมาณออกซิเจนต่ำก็ทำให้พวกเขามีอายุเฉลี่ยสั้น และเสียชิวิตเร็วกว่าคนข้างล่างมากนัก อย่าลืมว่าเผ่าพันธุ์ของมนุษย์เรา มีออกซิเจนขึ้นในบรรยากาศเมื่อ 2.45 พันล้านปีที่แล้ว ปรากฎการณ์การขาดออกซิเจนก็เกิดขึ้นหลายครั้งเช่นกันหรือที่เรียกว่าเดดโซน (จุดบอดออกซิเจน) โดยเฉพาะในมหาสมุทร เช่น ในมหาสมุทรแอตแลนติก ทำให้สิ่งมีชีวิตจำเป็นต้องหาทางรับมือกับออกซิเจนที่ลดปริมาณลง และบางสายพันธุ์ก็ยังดำรงผ่านมันมาได้จนถึงทุกวันนี้  พาร์ทที่สำคัญมากๆของโยคะว่าด้วยเรื่องการหายใจแน่นอนฉันจะพูดถึงและค่อยๆลงลึกถึงสิ่งเหล่านี้ในฉบับต่อๆไป ทั้งวิธีการฝึกที่ถูกต้องและข้อควรระวังต่างๆเพราะไม่ว่าจะมองมุมไหนๆ การหายใจก็เป็นกุญแจสำคัญของเรื่องสุขภาพ ศาสตร์การแพทย์ก็ยังไม่หยุดงานวิจัยเพื่อหาวิธีทำให้สุขภาพดีหรือเทคนิคการใช้ออกซิเจนของร่างกายเพื่อรักษาโรค แต่โยคะมีคำตอบสำหรับสิ่งเหล่านี้มาเนิ่นนานแล้วล่ะ

 

วิถีแห่งโยคะคืออะไร

ในศตวรรษที่ 21 ที่ความรู้ด้านโยคะได้มีการอัพเดตขึ้นมาจากยุคเก่าก่อน อิทธิพลในโลกตะวันตกที่เข้ามาเร็วองค์ความรู้ งานวิจัยต่างๆ ได้เข้ามามีบทบาท สนับสนุน และบางครั้งถึงกับย้อนแย้งศาสตร์ของโยคะของโลกตะวันออก มีหลายคนเข้ามาฝึกโยคะในสตูดิโอ ฟิตเนส สปอร์ตคลับ โดยมาแบบในหัวสมองว่างเปล่ามากแล้วเข้าใจว่าโยคะเป็นเพียงแค่การออกกำลังกายที่เน้นการยืด บิด ดัด และทำท่ายากๆเท่านั้น (แน่ละว่ามันไม่ใช่ ส่วนจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง ผู้เขียนจะบอกในฉบับต่อๆ ไป) บางคนเข้ามาในห้องฝึก มาด้วยความคาดหวังว่าชีวิตจะดีขึ้นเพราะการฝึกโยคะ ฉันขอบอกตรงนี้เลยว่า “โยคะอาสนะ” ถ้าคุณฝึกด้วยความระมัดระวัง มีสติ รู้จักตัวเอง คุณจะได้รับประโยชน์จริง แต่ถ้าคุณประมาทไม่รู้จักตัวเอง โยคะ จะสร้างปัญหาให้คุณได้ ละถ้าหากว่าคุณเกิดบาดเจ็บจากการฝึกแล้ว ถ้ามันได้เกิดขึ้นแล้ว ฉันหวังว่าคุณจะได้เรียนรู้บางอย่าง การเติบโตขึ้นจากการบาดเจ็บเกิดขึ้นได้มันสามารถเป็นครูเป็นบทเรียนให้คุณได้ มันสามารถกระตุ้นการเติบโตทั้งจากภายนอกและภายในได้ แต่ถ้าคุณฝึกแบบมีสติ โดยใช้ความรู้ที่บรรจบกันของตะวันตกและตะวันออกและทำความเข้าใจขอบเขตความสามารถของร่างกายตัวเองตั้งแต่แรกแน่นอนว่าการบาดเจ็บย่อมไม่เกิดขึ้น เมื่อนั้นแต่ละคนย่อมมีเส้นทางวิถีแห่งโยคะที่แตกต่างกัน โดยบรรดาการฝึกทุกรูปแบบมันต้องมีสักเส้น ที่ผู้เรียนจะปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวเอง ท้ายที่สุด “วิถีแห่งโยคะ” เป็นเรื่องส่วนบุคคล คุณต้องค้นหาเอง

ผู้เขียนคือครูสอนโยคะที่อยู่ในวงการนี้มากว่า 15 ปี ครูโยคะเป็นมนุษย์แม้ว่าจะมีประสบการณ์ด้านโยคะแต่ก็ยังต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆอีกมากทุกคนยังต้องเติบโตและทำความเข้าใจอะไรอีกหลายอย่างแม้ว่าครูโยคะทั้งหลายๆ จะรู้เรื่องเกี่ยวกับโยคะมากแต่พวกเค้าก็ไม่ได้รู้อะไรที่เกี่ยวกับตัวคุณทุกสิ่งทุกอย่างหรอกนะดังนั้นพวกคุณต้องเข้าใจตัวคุณเองก่อน ความสามารถของตัวเอง ความท้าทายจากการฝึกที่ตัวตนยอมรับได้ ศึกษาหาความรู้ต่อไปให้การเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ทำความเข้าใจขอบเขตของการฝึกที่ร่างกายคุณจะรับได้มีคำถามอะไรให้ถามและเมื่อได้รับคำตอบแล้วต้องไปกรั่นกรองอีกที ไม่จำเป็นว่าคำตอบที่ได้รับจากครูที่เคารพจะถูกต้องเสมอไป อาจจะถูกก็ได้นะแต่อาจไม่เหมาะกับตัวเราก็ได้ทุกอย่างต้องปรับใช้ รู้จัก APPLY ให้เหมาะสมกับตัวเองอย่าลืมว่าประสบการณ์ความรู้ของเรานั้นต่างกันแม้ว่าครูจะเป็นครูแต่เค้าก็เป็นแค่มนุษย์คนหนึ่งประสบการณ์ของเค้า ความรู้ของเค้าย่อมมีข้อจำกัด คุณเลือกครูได้และคุณเริ่มรู้จักตัวเองได้โดยผ่านวิถีแห่งโยคี….เราเริ่มต้นกันด้วยแบบนี้ต่อไปเมื่อคุณได้รับข้อมูลการฝึกจากฉันคุณจะปรับใช้มันได้อย่างแน่นอน

 

 

KRIYA © 2016. Made by DesignThemes.